Showing posts with label คอนโด. Show all posts
Showing posts with label คอนโด. Show all posts

Tuesday, September 10, 2013

คอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า 5.4 หมื่นหน่วย รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ตากสิน-บางหว้า ฮิต




ไนท์ แฟรงค์ฯเผยยอดการซื้อขายคอนโดฯแนวรถไฟฟ้าโตต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 52- กลางปี 56 ขายไปได้แล้ว 4 หมื่นหน่วย จาก 5.4 หมื่น สายสีเขียวเข้มส่วนต่อขยายตากสิน-บางหว้า ขายดีสุดส่วน บางซื่อ-บางใหญ่ หืดจับสินค้าทะลักแม้ยอดขายดีแต่ต้องแข่งขันสูง
      
       นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์ แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดเผยถึงตลาดคอนโดมิเนียม ว่า ความต้องการคอนโดมิเนียมรายล้อมแนวเส้นทางรถไฟฟ้ายังคงเติบโตต่อเนื่อง นับจากปี 2552 ถึง กลางปี พ.ศ. 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 54,630 หน่วย มียอดขายไปแล้วจำนวนกว่า 40,006 หน่วย เหลือขายเพียง 16,424 หน่วย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่รายล้อมเส้นทางรถไฟฟ้า 4 สาย คือ บีทีเอส สายสีเขียวอ่อน อ่อนนุช-แบริ่ง จำนวน 16,429 หน่วย คิดเป็น 30% , บี ที เอส สายสีเขียวเข้ม สะพานตากสิน- วงเวียนใหญ่ จำนวน 9,866 หน่วย คิดเป็น18% ,เอ็ม อาร์ ที สายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ จำนวน 2,917 หน่วย คิดเป็น 5% และ เอ็มอาร์ที สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ จำนวน 25,418 หน่วย คิดเป็น 47%
      
       สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าที่คอนโดฯ ขายดีที่สุด คือสายสีเขียวเข้ม โดยส่วนต่อขยายสีเขียวเข้มช่วง สะพานตากสิน ถึง วงเวียนใหญ่ มีจำหน่ายทั้งสิ้น 4,163 หน่วย ขายไปได้ 3,477 หน่วย เหลือเพียง 686 หน่วย อัตราการขายอยู่ที่ 83.5 % โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 120,196 บาท ต่อ ตารางเมตร ส่วนต่อขยายสายสีเขียวเข้มช่วง วงเวียนใหญ่ ถึงตลาดพลู มีจำนวนหน่วยทั้งสิ้น 2,508 หน่วย ขายไป1,599 หน่วย เหลือเพียง 909 หน่วย ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 82,543 บาทต่อตารางเมตร และส่วนต่อขยายสีเขียวเข้ม ช่วงตลาดพลู ถึงบางหว้า มีจำนวนหน่วยทั้งสิ้น 3,195 หน่วย ขายไปได้ 2,752 หน่วย เหลือเพียง 443 หน่วย ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 63,457 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งตัวเลขการเติบโตของคอนโดสูงขึ้นทุกปี เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น
      
       ขณะที่สายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ มีจำนวนหน่วยคอนโฯ เกิดขึ้นมากที่สุด 25,418 ยูนิต ปัจจุบันขายไปแล้ว 18,503 ยูนิต เหลือขาย 6,915 ยูนิต แม้ว่าจะมีจำนวนซัพพลายเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก แต่อัตราการขายก็มากตามถึง 72.8% ทำให้ผู้ประกอบการกล้าพอที่จะลงทุน แต่การทำตลาดก็ยากขึ้นต้องมีโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดความสนใจขอลูกค้า

'เล้าเป้งง้วน' ขายเข้ากองทุน ระดมเงินสร้างโครงการ กทม.-ภูเก็ต



ธนาพัฒน์ฯ จ่อขายตึกเล้าเป้งง้วนเข้ากองทุนเผยอยู่ระหว่างยื่นไฟลิ่ง คาดเปิดขายได้ภายในสิ้นปีนี้ ระบุสร้างรายได้ค่าเช่าปีละกว่า150 ล้านบาท จ่อนำเงินลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ทั้งในกรุงเทพและภูเก็ต

ดร.ดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ TNP เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนที่จะนำอาคารสำนักงานเล้าเป้งง้วน ถนนวิภาวดี เข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)เป็นผู้ดำเนินการยื่นไฟลิ่ง ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยได้ดำเนินการไปเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา และมีบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้แทนการจัดจำหน่าย

"ขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติจาก ก.ล.ต. คาดว่าจะสามารถขายหน่วยลงทุนได้ภายในปีนี้ โดยบริษัทฯมั่นใจว่าผู้ที่เข้ามาถือหน่วยลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและมั่นคง เพราะอาคารสำนักงานดังกล่าวมีรายได้จากค่าเช่าอย่างต่อเนื่องปีละ 150 ล้านบาทขึ้นไป และมีการปรับราคาเช่าอย่างต่อเนื่อง ครั้งละประมาณ 3-5 %" ดร.ดลพิวัฒน์กล่าว

อนึ่งอาคารเล้าเป้งง้วน เป็นอาคารสำนักงาน สูง 32 ชั้น มีพื้นที่ขาย-เช่า รวม 35,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) ปัจจุบันมีผู้เช่ารวมกว่า 90% โดยราคาเช่าปัจจุบันอยู่ที่ 450 บาท/ตร.ม./เดือน ซึ่งเป็นการทำสัญญาเช่า 3 ปี ต่อ 3 ปี
      
ทั้งนี้ เงินที่ระดมทุนได้ จะนำไปใช้ใน 2 ส่วนคือ ใช้หนี้สถาบันการเงิน และซื้อที่ดิน เพื่อพัฒนาโครงการต่อเนื่องในปี 2557 ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ ทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป ประมาณปีละ 2,000-3,000 ล้านบาทขึ้นไป

โดยที่ดินที่จะซื้อเพื่อพัฒนาโครงการนั้นบริษัทฯจะรุกทั้งโครงการคอนโดฯ-ทาวน์โฮม ในกรุงเทพฯและภูเก็ต ประมาณ 3-4 โครงการ ขณะนี้มีที่ดินรองรับแล้ว 1 แปลงคือย่านสาธุประดิษฐ์ บนที่ดิน 20 ไร่ (เดิมเป็นโรงงานเหล็กขึ้นรูปของกลุ่มเล่าเป้งง้วน ปัจจุบันย้ายไปรวมกันที่โรงงาน จ.สมุทรปราการแล้ว)โดยจะแบ่งพัฒนาเป็นเฟสๆ แรก ใช้ที่ดินประมาณ 6 ไร่ พัฒนาเป็นทาวน์โฮม สูง 4 ชั้น ขนาด 20 ตารางวา ราคาเฉลี่ยประมาณ 13 ล้านบาท จำนวนกว่า 60 ยูนิต มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดขายประมาณเดือนพฤศจิกายน 2556 นี้


โนเบิลฯ จัด “Noble D Day” ที่สยามพารากอน




โนเบิลฯ รวมโครงการเด่น ทำเลใกล้รถไฟฟ้า BTS, MRT ออกงานใหญ่แห่งปี “Noble D Day” รวบรวมที่อยู่อาศัย ทั้ง คอนโดมิเนียม บ้าน ทาวน์เฮาส์ กว่า 15 โครงการ บนไพร์มโลเกชันของกรุงเทพฯ เช่น เพลินจิต สุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย รัชดา อารีย์ พหลโยธิน พัฒนาการ และอื่นๆ พร้อมมอบโปรโมชันสุดพิเศษเฉพาะงานนี้ ทั้งส่วนลด ทั้งฟรี รวมมูลค่าต่อยูนิตสูงสุดกว่า 3 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างยอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเลือกจัดงานใหญ่บนพื้นที่กว่า 400 ตารางเมตร ที่ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 สยามพารากอน
      
       นายกิตติ ธนากิจอำนวย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “Noble D Day เป็นงานที่บริษัทฯ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี เพื่อตอบรับกลุ่มลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยในเมืองใกล้แนวรถไฟฟ้ามาให้เลือกมากถึง 15 โครงการ ทั้ง คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ รวมมูลค่าประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3.3 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการที่อยู่ในช่วงกำลังพัฒนา 5 โครงการ ได้แก่ โครงการโนเบิลเพลินจิต, โนเบิล รีวอลฟ์ อารีย์ และรัชดา, โนเบิลรีดี อารีย์, โนเบิลรีเวนต์ พญาไท รวมทั้งในงานนี้ยังมีโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่อีก 10 โครงการ ได้แก่ โครงการโนเบิลโซโล ทองหล่อ, โนเบิลรีมิกซ์ 1 และ 2 ทองหล่อ, โนเบิลรีฟอร์ม อารีย์, โนเบิลรีวิล เอกมัย, โนเบิลรีไฟน์ พร้อมพงษ์, โนเบิลจีโอ พระราม 5, โนเบิลวานา วัชรพล, โนเบิลคิวบ์ พัฒนาการ, โนเบิลเรสซิเดนส์ พัฒนาการ และโนเบิลทารา พัฒนาการ

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดข้อเสนอพิเศษเพื่อช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า! โดยผู้ที่จองในงานจะได้รับทั้งส่วนลด ทั้งฟรี รวมเป็นมูลค่าสูงสุดต่อยูนิต 3 ล้านบาท
       • รับฟรี iPad mini 32 GB
       • ฟรีเงินกองทุนแรกเข้า และค่าส่วนกลางสูงสุด 3 ปี
       • รับส่วนลดเงินสดวันโอนกรรมสิทธิ์ 5-10%
      
       พิเศษสำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย สามารถผ่อนชำระเงินจอง และทำสัญญา 0% และรับ Cash back (เครดิตเงินคืน) สูงสุด 22,000 บาท * (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด) และสำหรับผู้เยี่ยมชม และลงทะเบียนในงาน จะมีสิทธิลุ้นรับ Paragon Gift Card มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท
       
       นอกจากนี้ นายกิตติ กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน Noble D Day มีการทำกิจกรรมทางการตลาด-ประชาสัมพันธ์ในหลายสื่อทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และทำให้มีผู้เข้าเยี่ยมชมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมของโนเบิล ซึ่งเป็นที่ยอมรับ และเชื่อมั่นในเรื่องของสุดยอดโลเกชันใจกลางกรุงเทพฯ และมั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยของ Noble ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1,000 ล้านบาท ในช่วงวันงาน คือ วันที่ 14-15-16 มิถุนายน นี้ และส่งผลให้ยอดขายรวมในไตรมาส 2 เป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอน” นายกิตติกล่าว

Miracle Hua Hin แนวคิดคอนโดฯ ใหม่ เปลี่ยนความคิดจากห้องสี่เหลี่ยมให้กลายเป็นเกาะส่วนตัว


Miracle Hua Hin

แต่เดิมเรามักคิดกันเสมอว่า การอาศัย “คอนโดฯ” ก็เปรียบเสมือนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม อุดอู้ ไม่สะดวกสบาย ไม่มีพื้นที่ผ่อนคลายเหมือนบ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮาส์ แต่ก็น่าแปลกใจที่ 2-3 ปีมานี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมกลับมียอดขายทะลุทะลวงเป้าอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่ในใจกลางกรุงเทพฯ ติดรถไฟฟ้าเท่านั้น คอนโดฯ ยังเป็นที่สนใจในต่างจังหวัดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็ก เมืองใหญ่ ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก งานหนักจึงตกอยู่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายที่ต่างต้องงัดไม้เด็ด และความแตกต่างออกมานำเสนอให้ผู้ที่สนใจ
      
       บริษัท โฮมซิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด แบรนด์น้องใหม่ในวงการอสังหาฯ แต่หากเอ่ยชื่อผู้บริหารอย่าง คุณนิวัติ ลมุนพันธ์ ประธานที่ปรึกษากรรมการบริหาร และ มร.เถา หยาน กรรมการผู้จัดการแล้วจะทราบดีว่า ล้วนคร่ำหวอด และมีความเชี่ยวชาญอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก ล่าสุด เปิดตัวโครงการ Miracle Hua Hin คอนโดฯ ระดับไฮเอนด์ ทุ่มงบกว่า 5 พันล้านบาท ติดชายหาดหัวหิน แหล่งพักผ่อนตากอากาศสุดฮิต ไม่เฉพาะแค่คนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นชายหาดสุดฮิตของคนเอเชีย

เมื่อผู้บริหาร และทีมงานฝีมือดีมาร่วมงานกัน Miracle Hua Hin ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน นอกจากได้ทำเลด้านหลังติดชายหาด และอยู่ใกล้สนามบินหัวหินแล้ว ยังโดดเด่นด้านการตกแต่งทั้งภายใน และภายนอก เนรมิตคอนโดฯ ธรรมดาให้กลายเป็นคอนโดฯ ที่เปรียบเสมือนตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัว เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน ออกแบบให้ดูโปร่ง โล่งสบาย แต่ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ เอาใจผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ด้วยการออกแบบให้ทุกอาคารหันหน้าเข้าหากัน โดยมีทะเลสาบอยู่ตรงกลาง บนเนื้อที่ 41 ไร่ ซึ่งประกอบด้วย อาคารชุดจำนวน 8 อาคาร ระดับความสูงของอาคารตั้งแต่ 7, 10, 14 และ 16 ชั้น นอกจากนี้ ยังมีวิลลาหรูอีก 18 หลัง ราคาเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท/29 ตร.ม.

       นอกจากนี้ ยังมีห้องชุดเพนต์เฮาส์ Sky Unit ที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารสามารถเดินถึงกันได้ และที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นสกายเลานจ์ สวนลอยฟ้าที่เขียวขจีไปด้วยแมกไม้ ประดับด้วยท้องฟ้าจริงสีครามสดใส สามารถมองเห็นวิวทะเลได้ 360 องศา ตกแต่งสไตล์ Tropical Modern ครั้งแรกกับเกาะส่วนตัวกลางคอนโดฯ บนพื้นที่ส่วนกลางสีเขียว เนรมิตให้คอนโดฯ ธรรมดากลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสุดพิเศษที่รายล้อมด้วยต้นไม้ ชายหาด เสียงคลื่น ดวงดาว และแสงจันทร์ Miracle Hua Hin จะเปลี่ยนบรรยากาศการอยู่คอนโดฯ แบบเดิมๆ ให้เปลี่ยนไป พร้อมจอง และชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้

THE TEMPO GRAND Sathon - Wutthakat


THE TEMPO GRAND Sathon - Wutthakat

คอนโดฯ ใหม่ 41 ชั้นติดรถไฟฟ้าเพียง 30 ก้าว สไตล์ Modernized Luxury ความลงตัวของไลฟ์สไตล์คนเมืองกับวิถีริมน้ำอันสงบสุข

Built Land เปิดตัวโครงการใหม่ The Tempo Grand สาทร-วุฒากาศ โดยมีสไตล์การออกแบบเน้นเส้นแนวตั้งเพื่อเพิ่มมิติของอาคาร ผสานกับการแบ่งจังหวะของระนาบที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้เกิดมิติของแสง และเงาที่เปลี่ยนไปตามเวลา ทำให้ TEMPO GRAND เป็น LAND MARK ใหม่ในบริเวณ BTS วุฒากาศ เพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เน้นการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ พร้อมพื้นที่รองรับทุกกิจกรรมของไลฟ์สไตล์คนเมือง 1 ห้องนอน 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นเพียง 1.9 ล้านบาท

รับข้อเสนอรับส่วนลด 1 แสนบาททันทีในงาน “TEMPO GRAND PRE-BOOKING DAY” เสาร์ที่ 14 กันยายนนี้ เวลา 09.00 น. โรงแรม EASTIN GRAND SATHON ห้อง Surasak Ballroom ชั้น 11 ถ.สาทรใต้ (ติด BTS สุรศักดิ์)