Showing posts with label อิลาสติน. Show all posts
Showing posts with label อิลาสติน. Show all posts

Friday, October 4, 2013

คอลลาเจน คืออะไรกันนะ

หากพูดถึง คอลลาเจน แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงจะนึกออกและคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะว่าในทุกๆ วันนี้มีผลิตภัณฑ์มากมายที่ผสมและนำเจ้า คอลลาเจน นี้มาสร้างเป็นจุดเด่น จุดขายให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมชนิดต่างๆ จนไปถึงเครื่องสำอาง จนทำให้คอลลาเจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยสรรพคุณที่มีการโฆษณาว่าเป็นสิ่งที่น่าลิ้มลอง ช่วยในเรื่องของการทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวไม่ย่น และอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่แล้วจริงๆ เจ้า คอลลาเจน นี่มันคืออะไรกันละ ในร่างกายเราก็มีไม่ใช่หรอ งั้นทำไมเราต้องหารับประทานเพิ่มอีกละ เพื่อไขข้อข้องใจนี้ ทางเราจึงได้จัดทำบทความดีๆเกี่ยวกับ คอลลาเจน ในร่างกายของเรามาให้รับชมกันคะ ไปดูกันเลย

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ภายใต้ชั้นหนังแท้ มีชื่อเรียกว่า คอลลาเจน โปรตีน เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญต่อผิวหนังเป็นอย่างมาก เพราะเป็นส่วนสปริงของผิวหนังที่ทำให้เกิดการสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้น เนื้อแท้ ซึ่ง คอลลาเจน จะมีปริมาณที่มากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกายและอยู่คู่กับโปรตีนที่มีชื่อว่า อิลาสติน โดยจะทำงานร่วมกันกับ คอลลาเจน ช่วยเสริมสร้างผิวให้เต่งตึงแข็งแรง โดยอิลาสตินจะทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ทำให้ไม่มีริ้วรอย โดย คอลลาเจน ก็มีด้วยกันหลากหลายชนิดมากๆ โดยในปัจจุบันได้มีการค้นพบแล้ว 19 ชนิดด้วยกัน

คอลลาเจน ในร่างกายของเรานั้นจะมีมากในวัยเด็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผิวหนังของเด็กจะมีความนุ่มนิ่มและเต่งตึงมากกว่าในวัยอื่นๆ และเมื่อต่อมาจนถึงวัยประมาณ 25 ปีขึ้นไปนั้น คอลลาเจน จะเริ่มการเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ โดยจะลดลงเป็นอัตรา 1.5 % ต่อปี นั่นหมายความว่าร่างกายของเราจะเหี่ยวย่นลงไปเรื่อยๆนั่นเอง และนอกจากนี้การสูญเสียของ คอลลาเจน นอกจากจะเกิดตามธรรมชาติแล้วยังมีสาเหตุอื่นๆ มาเป็นปัจจัยทำให้ร่างกายเราสูญเสียไปอีกด้วย เช่น ได้รับปริมาณรังสี UV ใปริมาณที่มากเกินไปหรือสะสมในทุกๆ วัน การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ การสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ คอลลาเจน ที่มีการลดลงในทุกๆ ปีนั่นมีการลดลงเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย

และนี่คือข้อมูลเกี่ยวกับ คอลลาเจน ในร่างกายของเรานั่นเอง นี่เป็นเหตุผลที่ว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต้องนำเอา คอลลาเจน มาเป็นส่วนหนึ่งชองสินค้าเนื่องจาก คอลลาเจน มีความสำคัญกับผิวของเราอย่างมาก หากเกิดการสูญเสีย คอลลาเจน ไปหมดแล้วไม่อยากจะคิดเลยคะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จริงๆสำคัญผู้หญิงจริงไหมคะ

Tuesday, September 24, 2013

คอลลาเจนคืออะไร ประโยชน์อย่างไร เลือกคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

คอลลาเจน (Collagen) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คือ Kolla ซึ่งแปลว่ากาว

คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ประสานกันเป็นเส้นใยอยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้ ทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงให้แก่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูเรียบเนียน ในวัยเด็ก คอลลาเจน ยังไม่เสื่อมสลายและมีจำนวนมาก จึงทำให้เห็นว่าเด็ก ๆ หรือวัยรุ่นที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มสาวมีผิวหนังที่เต่งตึง แต่เมื่อมีวัยมากขึ้น เส้นใย คอลลาเจน เหล่านี้จะเสื่อมสลายและมีปริมาณลดลง ทำให้ชั้นผิวหนังยุบตัวลง อันเป็นต้นเหตุของความเหี่ยวย่นและริ้วรอย ยิ่งสูงวัยขึ้นเท่าใด ริ้วรอยแห่งวัยก็เห็นชัดขึ้นเท่านั้น ริ้วรอยแรกที่มาเยือนที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ รอยตีนกา เนื่องจากผิวหนังรอบดวงตามีความบอบบางมาก อีกทั้งกล้ามเนื้อรอบดวงตาก็เป็นกล้ามเนื้อวงกลม ไม่มีอะไรยึด ผิวรอบดวงตาก็เลยจะเหี่ยวมากกว่าที่อื่น

อัตราการเริ่มสูญเสียคอลลาเจน (Collagen) เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป

  • อายุ 30-39 ปี ผิวจะเริ่มมีรอยย่นบางๆ ทอดยาวบริเวณหน้าผาก มีริ้วรอยเล็กๆ ใต้ขอบตาล่างและหางตาจะเห็นชัดเวลายิ้มและมีรอยย่นตรงระหว่างคิ้วซึ่งจะเห็น ชัดเวลาหน้านิ่ว มีริ้วรอยบางๆ ที่ร่องแก้มจากจมูกจนถึงเหนือริมฝีปาก อาจเกิดไฝ กระ ฝ้าทั้งแบบลึกและตื้นขนาดของรูขุมขนจะเห็นชัดขึ้น
  • อายุ 40-49 ปี รอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว ใต้ขอบตาล่างและหางตาเห็นชัดเจนมากขึ้น รอยย่นข้างแก้ม และร่องแก้มลึกทอดยาวไปจนจดมุมปาก มีฝ้าชนิดลึกมากขึ้นสภาพผิวเริ่มแห้งมีรูขุมขนใหญ่และเริ่มจะเป็นสิวอีก ครั้ง มีติ่งเนื้อขึ้นกระจัดกระจายเป็นตุ่มเล็กๆ สีน้ำตาลภาวะนี้เรียกว่าวัยเริ่มตกกระ
  • อายุ 50-64 ปี ผิวจะมีสภาพเหมือนกับวัย 40-49 ปี แต่จะมีรอยย่นตามร่องแก้มลึกทอดยาวไปจนถึงบริเวณใต้มุมปาก มีฝ้าเกิดขึ้นและติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • อายุ 65 ปี ขึ้นไปผิวหนังหยาบกร้าน มีริ้วรอยทั่วหน้า ริมฝีปากบางมีรอยย่นเหนือริมฝีปาก ส่วนการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ คล้ายกับวัย 50-64 ปี



ดังนั้น จึงถือว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้นกับ ทุกคนโดยที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของผิวพรรณและรักษาผิวไว้ให้ดูดีให้นาน ที่สุดได้เช่นเดียวกัน โดยการใช้ สารสกัดโปรตีน คอลลาเจน (Collagen) เพื่อทดแทน คอลลาเจน (Collagen) ที่สูญเสียไป คอลลาเจน มีส่วนช่วยในการป้องกันอวัยวะในร่างกาย และเชื่อมอวัยวะต่างๆ ให้อยู่ด้วยกัน ช่วยให้โครงสร้างของร่างกายแข็งแรง และยืดหยุ่นดี ช่วยให้ข้อต่อต่างๆ ขยับเคลื่อนไหวไปมาไม่ติดขัด โดยเฉพาะข้อต่อในการรับน้ำหนักและขยับเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่างๆ เช่นเดินหรือวิ่ง เป็นต้น

นอกจากนี้คอลลาเจนยัง เป็นตัวช่วยให้ผิวพรรณเกิดความชุ่มชื้น เสริมความเรียบตึงให้กับผิวหนัง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนกระชับ โดยทำงานคู่กับโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่ชื่อ “อิลาสติน” (Elastin) ในขณะที่ คอลลาเจน มีหน้าที่เสมือนโครงร่างผิว อีลาสติน ก็ทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิว ควบคู่กันไปด้วย

ร่างกายของคนเรานั้นจะมี คอลลาเจน หนาแน่นในวัยเด็ก และจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา จึงเห็นได้ว่าเมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจน เหล่านี้จะเสื่อมสลาย ทำให้ชั้นผิวหนังยุบตัวลงอันเป็นสาเหตุของความเหี่ยวย่นและริ้วรอย รวมถึงการเกิดปัญหาข้อเสื่อม กระดูกเสื่อม อันเนื่องมาจาก คอลลาเจน ใน กระดูก ลดลง ทำให้ กระดูก ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ขาดความยืดหยุ่น เปราะหักง่าย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เราสามารถเสริมสร้าง คอลลาเจน ให้แก่ร่างกายได้เพื่อลดรอยเหี่ยวย่น ด้วยการรับประทาน คอลลาเจน หรือ วิธีการฉีด คอลลาเจน เข้าใต้ชั้นผิวหนังแท้ แต่วิธีการฉีดนั้นค่อนข้างจะยุ่งยาก เพราะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นการเสริมคอลลาเจนให้กับร่างกายด้วยวิธีการรับประทานจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดโดยพบว่าคนที่มีอายุ 25 ขึ้นไป จะมีปริมาณ คอลลาเจน ลดลงทุกปี ปีละ 1.5%

เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของชั้นผิวหนังและเพื่อเสริมให้กระดูกแข็งแรง ควรรับประทาน คอลลาเจน และ แคลเซียม เสริมจะช่วยป้องกัน ภาวะกระดูกพรุนได้